เวลาเดินทางต่างประเทศ ผมเพิ่งรู้สึกว่าเรื่องโทรศัพท์เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ถ้าจัดไว้ดี ชีวิตจะสบายขึ้นมาก เพราะเราไม่ได้ต้องการแค่อินเทอร์เน็ตไว้เปิดแผนที่หรือคุยงาน แต่ยังอยากให้คนที่ไทยโทรหาเราได้เหมือนเดิม โดยที่เราไม่ต้องคอยกังวลว่ารับสายแล้วจะกลายเป็นค่าโทร roaming แพง ๆ แบบไม่รู้ตัว
วิธีที่ผมจัดคือใช้เบอร์หลักเปิด data roaming ไว้สำหรับเน็ตก่อน ให้เครื่องมี internet ตลอดเวลา ส่วนเบอร์สำรองให้ต่อผ่าน voice over cellular data ได้ พอเบอร์หลักมีคนโทรเข้า ผมก็ divert เบอร์หลักไปหาเบอร์สำรองแทน วิธีนี้ทำให้เวลามีคนโทรเข้ามาจากไทย มันไหลไปที่เบอร์สำรองที่รับสายผ่าน data ได้ เหมือนเรายังรับสายไทยได้ตามปกติ โดยไม่ต้องให้ทุกคนเปลี่ยนวิธีติดต่อเรา
เวลาจะโทรออก ผมก็ใช้เบอร์สำรองโทรกลับแทน แยกบทบาทกันชัด ๆ เบอร์หลักเป็นเหมือน identity หลักที่คนยังจำได้และใช้ติดต่อเรา ส่วนเบอร์สำรองเป็นเหมือนช่องทางปฏิบัติการระหว่างเดินทาง พอจัดแบบนี้แล้วรู้สึกว่าเราไม่ได้ “หายไปต่างประเทศ” แต่ยัง reachable อยู่ ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องเปิดทุกอย่างแบบเสี่ยงค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
สิ่งที่ชอบใน setup นี้ไม่ใช่แค่ประหยัดหรือสะดวก แต่มันทำให้ผมเห็นอีกครั้งว่า หลายเรื่องในชีวิตถ้าออกแบบ flow ไว้ดี ความกังวลจะลดลงเยอะมาก การเดินทางก็เหมือนกัน เราไม่ได้ต้องเตรียมแค่ตั๋ว โรงแรม หรือแผนเที่ยว แต่ต้องเตรียมระบบเล็ก ๆ ให้ตัวเองยังทำงาน ติดต่อคน และใช้ชีวิตต่อได้แบบไม่สะดุด
แน่นอนว่าแต่ละค่ายมือถือมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน เรื่องค่าโทร, call forwarding, roaming package และ voice over cellular data ควรเช็คก่อนเดินทางเสมอ แต่สำหรับผม หลักคิดคือแยกบทบาทของเบอร์ให้ชัด: เบอร์หนึ่งไว้พาเรา online อีกเบอร์ไว้รับสายและโทรออก พอระบบเล็ก ๆ นี้ทำงานได้ การเที่ยวก็เบาขึ้นอีกนิดหนึ่ง