ปีที่แล้ว ผมใช้เวลาเกือบสองเดือนสร้าง Robot Trade ตัวแรก ตั้งแต่เชื่อม API, เขียน logic, ทดสอบคำสั่งซื้อขาย, เช็ก error, ปรับ flow ซ้ำไปซ้ำมา จนถึงวันที่เริ่มกล้าปล่อยให้มันแตะเงินจริง ทุกอย่างต้องค่อย ๆ คลำไปทีละขั้น เพราะหลายเรื่องเราไม่ได้รู้ตั้งแต่แรก และหลายจุดต้องใช้ทั้งเวลา ความอดทน และความกล้าที่จะลองผิดลองถูก

วันนี้ ผมใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงสร้างเครื่องมือด้วย AI ที่ช่วยทำงานได้เกือบครบ flow ตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มจากให้ AI ช่วยสร้าง cron job สำหรับสแกนหุ้นใน universe ที่ผมสนใจ ไม่ว่าจะเป็น SET100, S&P 500 หรือ Dividend Aristocrats เพื่อหาโอกาส fresh buy, add position หรือแจ้งเตือนหุ้นในพอร์ตที่เริ่มเข้าเงื่อนไขควรกลับมาพิจารณาใหม่

หลังจากนั้น ระบบช่วยรวบรวมข้อมูลและมองจากหลายมุม ทั้งแนว value investing, valuation, fundamental, technical analysis และข้อมูลประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จุดสำคัญไม่ใช่ให้ AI ตัดสินใจแทน แต่คือให้มันเตรียมสนามให้พร้อมพอที่ผมจะตัดสินใจได้ดีขึ้น เห็นข้อมูลครบขึ้น และไม่ต้องเสียเวลาเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง

workflow การลงทุนที่ให้ AI ช่วย scan, analyze, prepare order และ log โดยมีมนุษย์เป็นคน decide และ confirm
Flow ที่ผมอยากได้ไม่ใช่ AI ตัดสินใจแทน แต่คือ AI ช่วยเตรียมข้อมูล งานซ้ำ และร่องรอยการทำงานให้พร้อม ก่อนที่คนจะตัดสินใจ

เมื่อผมตัดสินใจแล้ว AI ยังช่วยทำงานต่อได้อีก ตั้งแต่เตรียมคำสั่งซื้อขาย รอให้ผมตรวจและยืนยัน ไปจนถึงวาง order กับ broker และบันทึกประวัติการทำรายการทั้งหมดไว้ให้ตามต่อได้ สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดไม่ใช่แค่ “เขียนโค้ดเร็วขึ้น” แต่คือทั้ง workflow จากไอเดีย ไปสู่เครื่องมือที่ใช้งานจริง สั้นลงอย่างเห็นได้ชัด

หลายคนอาจมองว่า AI คือเครื่องมือช่วยเขียนโค้ด แต่สำหรับผม คุณค่าที่แท้จริงของ AI คือการปลดล็อกข้อจำกัดในอดีต เมื่อก่อนถ้ามีไอเดีย แต่ยังทำบางอย่างไม่เป็น เราต้องรอคนที่มีความรู้ด้านนั้น รอทีมพัฒนา รอคิว หรือบางครั้งไอเดียก็หายไปก่อนที่จะได้เริ่มลงมือ วันนี้ AI กลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ช่วยอุดช่องว่างเหล่านั้นได้เร็วมาก

มันไม่ได้แทนความคิดของเรา และไม่ควรแทนการตัดสินใจของเรา แต่มันทำให้คนที่มีไอเดียสามารถสร้างของจริงได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องติดอยู่กับข้อจำกัดเดิม ๆ AI ไม่ได้ทำให้ผมเก่งขึ้นในทันที แต่มันทำให้ผมไม่ต้องหยุดอยู่กับสิ่งที่ตัวเองยังทำไม่เป็น

พอมองแบบนี้ AI ไม่ใช่เครื่องมือที่มาแทนมนุษย์ แต่มันเป็นเครื่องมือที่เปลี่ยนสัดส่วนของงาน จากเดิมที่เราใช้แรงจำนวนมากไปกับการลงมือสร้างทุกชิ้นส่วนเอง กลายเป็นเราใช้เวลามากขึ้นกับการออกแบบ flow, ตรวจความถูกต้อง, ตั้ง guardrail, ตัดสินใจ และรับผิดชอบผลลัพธ์

สำหรับผม นี่คือการเปลี่ยนจาก “การลงแรง” ไปสู่ “การตัดสินใจ” มากขึ้น และอาจเป็นความได้เปรียบสำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เพราะความต่างอาจไม่ใช่แค่ว่าใครมีไอเดียดีที่สุด แต่อยู่ที่ว่าใครสามารถเปลี่ยนไอเดียนั้นให้กลายเป็นของจริง ทดลองจริง และเรียนรู้จากมันได้เร็วที่สุด

หมายเหตุเล็ก ๆ สำหรับตัวผมเอง: เรื่องนี้ไม่ใช่การบอกว่าเราควรปล่อยให้ระบบซื้อขายแทนคนโดยไม่ต้องคิด แต่เป็นการเตือนว่าถ้า AI ทำให้งานสร้างเครื่องมือเร็วขึ้น หน้าที่ของคนยิ่งต้องชัดขึ้นกว่าเดิม ทั้งการตั้งกรอบความเสี่ยง การตรวจข้อมูล การยืนยันคำสั่ง และการยอมรับผลของการตัดสินใจนั้น