ช่วงหลังผมเริ่มเชื่อเรื่องหนึ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ: งานที่ดี ไม่ใช่งานที่ฝากไว้กับความจำของคนเก่งที่สุดในทีม แต่งานที่ดีคืองานที่คนอื่นเปิดอ่านแล้วทำต่อได้ โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ หลายครั้งทีมไม่ได้ติดเพราะไม่มีคนเก่ง ไม่ได้ติดเพราะไม่มีใครพยายาม และไม่ได้ติดเพราะไม่มีงานเกิดขึ้น แต่ติดเพราะความจริงของงานไม่มีที่อยู่ บางเรื่องคุยกันแล้ว บางเรื่องตัดสินใจแล้ว บางเรื่องมีคนลงมือทำไปแล้ว บางเรื่องรอคำตอบอยู่ บางเรื่องเสร็จจริง และบางเรื่องแค่เหมือนจะเสร็จ ซึ่งประโยคสุดท้ายนี่อันตรายกว่าที่คิด เพราะงานที่ “เหมือนจะเสร็จ” มักทำให้ทุกคนสบายใจชั่วคราว จนกว่าจะมีใครสักคนต้องรับช่วงต่อ ต้องตอบคำถามแทน หรือต้องตัดสินใจต่อจากข้อมูลที่ไม่มีใครแน่ใจแล้วว่าควรเชื่ออะไร
พอถามว่า “ตอนนี้สถานะจริงคืออะไร” คำตอบกลับกระจายอยู่ในหลายที่ อยู่ในแชท อยู่ในหัวของคนหนึ่งคน อยู่ในไฟล์ที่ไม่รู้ว่าใหม่สุดไหม อยู่ในความจำของคนที่ยุ่งที่สุด หรืออยู่ในประโยคว่า “เดี๋ยวถามคนนั้นก่อน” พอจะส่งต่อให้คนใหม่ ก็ต้องไล่คุยกันใหม่ พอจะตัดสินใจ ก็ต้องถามซ้ำ พอจะบอกว่าเสร็จ ก็ยังไม่แน่ใจว่าเสร็จตามนิยามของใคร นี่คือจุดที่งานเริ่มเปราะ เพราะเมื่อ source of truth ไม่ชัด ทีมจะเริ่มใช้พลังไปกับการตามหาความจริง แทนที่จะใช้พลังไปกับการตัดสินใจและลงมือทำ
ผมไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างต้องมีเอกสารยาว ๆ หรือ process หนัก ๆ ตรงกันข้าม source of truth ที่ดีควรทำให้ทีมเบาลง ไม่ใช่หนักขึ้น อย่างน้อยเวลาคนเปิดดู ควรตอบได้ว่าเรื่องนี้คืออะไร ตอนนี้อยู่ตรงไหน ใครเป็นเจ้าของ หลักฐานล่าสุดคืออะไร อะไรยังไม่รู้ และถ้าคนที่รู้เรื่องที่สุดไม่อยู่ คนอื่นจะเดินต่อได้อย่างไร ผมชอบคิดว่างานสำคัญควรมี “แฟ้มเล็ก ๆ ของตัวเอง” ไม่ใช่แฟ้มที่ทำไว้ให้ดูเป็นระบบ แต่เป็นแฟ้มที่คนอื่นเปิดแล้วรู้ว่าต้องเดินต่อทางไหน ในนั้นไม่ต้องมีทุกอย่าง แต่อย่างน้อยควรมีที่มา สถานะล่าสุด สิ่งที่รู้ สิ่งที่ยังไม่รู้ หลักฐาน งานถัดไป ความเสี่ยง และนิยามของคำว่าเสร็จ
พอทำแบบนี้ งานจะเริ่มหลุดจากการอยู่ในหัวคนเดียว ทีมไม่ต้องเริ่มทุกครั้งด้วยคำถามว่า “ตอนนี้ถึงไหนแล้ว” คนใหม่อ่านต่อได้ คนเดิมกลับมาหลังจากหลุดไปหลายวันก็จับจังหวะได้ และคนตัดสินใจไม่ต้องกลายเป็นศูนย์กลางของทุกคำถามเล็ก ๆ คนทำงานเองก็เบาลง ไม่ต้องเสียเวลาปกป้องความจำของตัวเอง ไม่ต้องตอบคำถามเดิมซ้ำ ๆ ไม่ต้องคอยเป็นคนเดียวที่รู้ว่างานนี้จริง ๆ แล้วอยู่ตรงไหน สำหรับผม source of truth จึงไม่ใช่ที่เก็บไฟล์ แต่มันคือจุดที่ทีมใช้พิสูจน์ความจริงร่วมกัน ทำให้งานไม่ต้องพึ่งความจำของใครมากเกินไป ทำให้ทีมเห็นความจริงชุดเดียวกัน และทำให้คนต่อไปเดินต่อได้ โดยไม่ต้องเดาว่าคนก่อนหน้าคิดอะไรไว้